นิทานอันตรายของโลก

posted on 21 Mar 2010 20:51 by prisco
 article image

The Gruesome Origins of 4 Popular Fairy Tales

               

                รู้จักพี่น้องกริมส์หรือเปล่า พวกเขาคือคนแต่งนิทานเทพนิยายที่โด่งดังไงละ เช่น หนูน้อยหมวกแดง, สโนว์ไวท์ฯ, ซินเดอเรล่า ฯลฯ

                แต่...คุณรู้หรือเปล่าว่าเบื่องหลังนิทานเหล่านั้น มันมีต้นกำเนิดนะมันเป็นนิทานพื้นบ้านของยุโรป ซึ่งมีหลายเวอร์ชั่นนะครับ ซึ่งเนื้อหานี้เหลื่อเชื่อมากว่ามันเป็นนิทานก่อนนอนสำหรับเด็กและโครงเรื่องแสนลึกล้ำยากจะจินตนาการดู

                ว่ากันว่า พระน้องตระกูลกริมส์เคยคิดเอาโครงเรื่องนิทานพวกนี้มาแต่งให้คงเอกลักษณ์รสชาติเดิมไว้ ผลเหรอ...ทางสำนักพิมพ์ก็บอกว่าเอาไปแต่งใหม่ดีกว่าเพราะเนื้อหาของมันไม่เหมาะต่อเยาวชนเด็กและสตรีเพราะมีแต่ความรุนแรง โหดร้าย ทารุณ เซ็กต์(อีกแล้ว) ก่อนที่จะถูกแปลงให้สะอาดและทอนเนื้อหาที่รุนแรง โหดร้ายลง (เว็บด้านล่างคือภาคแรก)

www.cracked.com/article_15962_gruesome-origins-5-popular-fairy-tales.html 

                The Pied Piper of Hamelin : คนเป่าปี่:นี้คือบทเรียน!!

               

                เวอร์ชั่นที่คุณรู้: The Pied Piper of Hamelin  หรือคนเป่าปี่ ปรากฏในนิทานพื้นบ้านของเยอรมันที่เล่าโดยสองพี่น้องกริมม์ เรื่องมีอยู่ว่ากาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่เมืองฮาเอลินในภาคกลางของเยอรมัน ปีคศ.1248 ได้ถูกกองทัพหนูเข้าก่อกวนโดยเดือดร้อนไปทุกบ้าน พวกมันแพร่พันธุ์เป็นจำนวนมาก แล้วกัดแทะเสบียงอาหาร อีกทั้งพวกมันยังเป็นพาหะนำโรคร้ายมาอีกด้วย แม้แต่แมวก็ยังต้องหนีเพราะหนูมีจำนวนมากมายมหาศาล ถึงขนาดจะเข้ามารุมทำร้ายแมวเสียด้วยซ้ำไป

                บรรดาชาวเมืองรับไม่ได้กับเหตุการณ์เหล่านี้ ต่างหาทางกันกำจัดพวกหนู โดยพากันออกเงินจนได้ก้อนหนึ่งเพื่อให้เป็นรางวัลแก่ผู้ที่จะมาปราบหนูเหล่านี้ได้ จากนั้นก็มีคนต่างเมืองเดินทางมาที่นี่และรับอาสากำจัดหนูให้  แต่จนบัดนี้ก็ไม่มีใครอาสามาปราบฝูงหนูเหล่านี้เลย

                ในยามนี้เองก็มีชายลึกลับผู้หนึ่งพร้อมกับปี่ที่เครื่องดนตรีคู่กายของเขาปรากฏตัว เขาอาสาจะปราบหนูให้ชาวเมืองแห่งนี้ และ ชาวเมืองก็ให้คำสัญญาว่าจะให้สิ่งตอบแทนใดๆก็ได้ตามที่เขาต้องการ

                เมื่อ ตกลงกับชาวเมืองเรียบร้อย ชายประหลาดก็หยิบปี่ถุงออกมาและเป่าเพลงที่แปลกประหลาด พร้อมกับออกเดินไป ท่ามกลางสายตาสงสัยของชาวเมืองนั้นเอง กองทัพหนูทั้งหลายก็ออกมาจากที่ซ่อนจากบ้าน จากโบสถ์ ทุกหนทุกแห่งจนกลายเป็นขบวนแถวยาวเมื่อได้ฟังเพลงจากปี่ของเขาอย่างหลงใหล แล้วคนประหลาดคนนั้นก็เริ่มเดินตรงออกจากหมู่บ้านพร้อมกับกองทัพหนูที่วิ่งตามหลังเขา จนไปถึงแม่น้ำเวเซอร์ที่ไหลผ่านหมู่บ้านแห่งนี้  ชายนักเป่าปี่ก็หยุดยืนอยู่ริมแม่น้ำ ในขณะที่ฝูงหนูพากันกระโจนลงน้ำไปเรื่อยๆ จนในไม่ช้าก็ไม่มีหนูเหลืออยู่แม้แต่ตัวเดียว และทั้งหมดก็จมน้ำตายในแม่น้ำนั้นเอง ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ปลอดจากการรบกวนของหนูเป็นที่เรียบร้อย

                หลังจากนั้นชายประหลาดก็มาทวงรางวัลจากชาวบ้าน แต่ชาวบ้านทั้งหลายเกิดความเสียดายเงินขึ้นมา จึงไม่ยอมจ่ายค่าตอบแทนให้ พร้อมกล่าวว่า"นายไม่ได้ ทำอะไรเสียหน่อย พวกหนูกระโดดลงน้ำไปเองต่างหาก"และยังขู่จะจับขังนักเป่าปี่อีกด้วยถ้าเขา ยังมามัวตื๊ออยู่

                ชายประหลาดโกรธมากเขากล่าวทิ้งท้ายว่า"พวกคุณต้องรักษาสัญญา ฉันจะเอาสิ่งสำคัญที่สุดของพวกคุณไป" แต่ก็ไม่มีใครสนใจ ยังกลับหัวเราะเยาะเขาเสียอีก เขาหายตัวไปจากหมู่บ้านแห่งนั้น

                และวันต่อมา ชายประหลาดพร้อมปี่กลับมายังเมืองฮาเมลินอีกครั้ง เขาเริ่มเป่าปี่บทเพลงแปลกประหลาดบทใหม่บนถนน ซึ่งคราวนี้ผู้ติดตามเสียงปี่ของเขาที่ออกจากบ้านทุกหลัง กลับกลายเป็นเด็ก เด็กๆที่มีอายุมากกว่า 4 ปีต่างก็มารวมกันและเดินตามเขาไปจนในไม่ช้าเด็กชายหญิงจำนวนกว่า 130 คนต่างก็เต้นรำร้องเพลงตามทำนองของเสียงปี่ออกไปนอกเมือง และจากนั้นเป็นต้นมาก็ไม่มีใครพบเห็นชายประหลาดและเหล่าเด็กๆ อีกเลย

                เวอร์ชั่นเดิม: มันมีบทสรุปเรื่องราวต่อจากนั้น เล่าถึงซะตากรรมของเด็กที่ชายเป่าปี่พาไป คือเวอรชั่นเดิมชายเป่าปี่พาเด็กออกนอกเมืองไปจนถึงถ้ำแห่งหนึ่ง เมื่อเด็กทุกคนเข้าไปในถ้ำหมดแล้ว ชายประหลาดก็ปิดปากถ้ำขังเด็กทั้งหมดไว้ข้างในจนขาดใจตายอยู่ในถ้ำ(บางแห่งกล่าวว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีเด็กรอดตายเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น) ส่วนอีกเวอรชั่นหนึ่งบอกว่าชายเป่าปี่ได้พาเหล่าเด็กๆ ไปที่แม่น้ำสายหรนึ่งแล้วเอาพวกเด็กนั้นไปถ่วงน้ำให้ขาดใจตาย(ยกเว้นเด็กชายคนหนึ่งที่รอดชีวิต) ซึ่งเด็กสมัยใหม่ยอมรับไม่ได้กับจุดจบของเหล่าเด็กๆ ในเทพนิยายเรื่องนี้

 

               
                 
The Little Mermaid
  : เจ้าหญิงเงือกน้อย:ริษยาอาฆาต

                Edmund Dulac - The Mermaid - The Prince.jpg

                เวอร์ชั่นที่คุณรู้: เดอะ ลิตเติ้ล เมอร์เมด (The Little Mermaid) สร้างจากเทพนิยายของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน (Hans Christian Andersen) และถูกนำไปสร้างเป็นการ์ตูนหลายครั้งในหลายๆ ประเทศ จนกระทั้งบริษัทวอลซ์ ดิสนีย์ ได้นำเรื่องนี้สร้างจนได้รับประสบผลสำเร็จตามมา

               แม้เนื้อเรื่องของวอลซ์ ดีสนีย์เนื้อหาจะจบอย่างสวยงามมีความสุข แต่เนื้อหานิทานที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีคือเจ้าหญิงเงือกตาย โดยเนื้อหาหลักๆ ประมาณว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเจ้าหญิงเงือกน้อยองค์หนึ่ง อาศัยอยู่ในปราสาทใต้มหาสมุทรแห่งหนึ่ง ซึ่งเธอชอบที่จะว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำเสมอ วันหนึ่งเธอได้พบกับเจ้าชาย และช่วยเหลือชีวิตเจ้าชายจากการจมน้ำ ด้วยความหลงรักกับเจ้าชาย เธอจึงยอมไปหาแม่มดเพื่อช่วยให้เธอเดินได้ โดยการยอมเสียเสียงอันไพเราะของเธอไป เธอจะต้องทำให้เจ้าชายรัก แต่หากเจ้าชายแต่งงานกับคนอื่น ร่างของลีน่าจะสลายกลายเป็นฟองอากาศ

                เวอร์ชั่นเดิม: ในเวอร์ชั่นเดิมของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สันไม่ได้จบแบบนี้หรอกครับ!! ในตอนแรกเขียนฉากจบนิทานเรื่องนี้ว่าเจ้าหญิงเงือกเมื่อเห็นเจ้าชายแต่งงานกับหญิงอื่น  เจ้าหญิงเงือกเลยสูญเสียความหวังและเธอก็เข้าสู่ด้านมืด(ดาร์ธเวเตอร์เรอะ!!) เธอได้ตอบแทนความรักกับเจ้าชายด้วยการใช้มีดแทงเจ้าชายให้ตายคามืด และเมื่อหน่ำใจแล้ว เธอก็กระโดดเข้าไปในทะเลเป็นฟองอากาศ แน่นอนครับฉากแทงเจ้าชายโดนตัดในตอนหลังเพราะคริสเตียนเห็นว่ามันไม่เหมาะสม แต่ฉากเจ้าหญิงเป็นฟองอากาศก็ยังคงอยู่

 

                
                Goldilocks and the Three Bears
: เด็กหญิงผมทองกับหมีสามตัว:จุดจบของคนที่ไม่มีมารยาท

               

                เวอร์ชั่นที่คุณรู้: Goldilocks and the Three Bears  หรือ The Story of the Three Bears เป็นผลงานของนักเขียนชื่อ โรเบิร์ต ซัทธีย์ (Robert Southey) ตีพิมพ์เมื่อปี 1837 โดยทั่วไปเนิ้อหานิทานนี้จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับสาวน้อยผมทองคนหนึ่ง ที่ออกจากบ้านไปเที่ยวในป่า สาวน้อยผมทองเดินเรื่อยๆ ไปจนพบบ้านหลังหนึ่ง เธอเลยสนใจที่จะเข้าไปดู เธอเปิดประตูมาก็พบโต๊ะที่มีจานข้าวต้ม 3 จานที่มีขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ วางเรียงกันอยู่ เธอชิมจานทั้งสามจาน(จานเล็กสุดชิมจนหมด) จากนั้นเธอก็เปิดประตูบานต่อไปก็พบเก้าอี้สามตัว ซึ่งมีขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ สาวน้อยผมทองเลยนั่งครบทั้งสามตัว หากแต่เก้าอี้ตัวเล็กขาหักพังเพราะรับน้ำหนักตัวสาวน้อยผมทองไม่ได้ จากนั้นสาวน้อยผมทองก็เดินไปถึงห้องหนึ่ง ซึ่งมีเตียงอยู่ 3 เตียง ที่มีขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ สามเตียง สาวน้อยผมทองก็นอนทั้งสามเตียง จนกระทั้งมานอนตรงเตียงเล็ก และเมื่อนอนเล่นอยู่ครู่หนึ่ง ก็หลับไป ด้วยความอ่อนเพลีย

                จากนั้นฉากก็ปรากฏเจ้าของบ้านมา เป็นหมีสามตัว ซึ่งเป็น พ่อ แม่ และลูก ทั้งสามเห็นสิ่งที่ผิดปกติในบ้าน ชามข้าวต้มถูกคนกิน เก้าอี้มีคนนั่งแถมบางตัวยังหัก และเมื่อพ่อ แม่ ลูกหมี เดินไปถึงห้องนอน พ่อหมีเห็นเตียงที่นอน มีรอยยับ จึงพูดว่า "ดูซิมีใครมาแอบนอนเตียงฉันก็ไม่รู้" ลูกหมีเดินไปเตียงของตนเอง แล้วพูดว่า "ดูซิมีใครมาแอบนอนบนเตียงหนูก็ไม่รู้" ฝ่ายสาวน้อยผมทองกำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง สะดุ้งตื่นขึ้นมา ได้ยินเสียงหมี 3 ตัวพูดกันอยู่ใกล้เตียง ก็ตกใจกลัว รีบกระโดดจากเตียง วิ่งหนีออกไปจากบ้านหมีทั้งสามโดยเร็วและนับตั้งแต่นั้นมา หนูน้อยผมทองก็ไม่กล้าเดินเข้าไปในเขตบ้าน ของหมีสามตัวนั้นอีกเลย

                เวอร์ชั่นเดิม:เวอร์ชั่นเดิมหมีสามตัวไม่ได้ใจดีกับสาวน้อยผมทองหรอกครับ ในนิทานต้นฉบับเดิมเมื่อสามหมีพบสาวน้อยผมทองบนเตียง หมีสามตัวฉีกขย่ำเธอ จนร่างเละแยกเป็นชิ้นส่วน จากนั้นก็กินเธอเป็นอาหารเย็น ส่วนฉบับเดิมที่สองเมื่อสาวน้อยผมทองลืมตาตื่นขึ้นมาและพบหมีสามตัวก็ตกใจมากเลยเลยกระโดดลงมาจากหน้าต่าง แต่รู้สึกเธอจะกระโดดผิดท่า เธอลงพื้นพลาดเลยเกิดอุบัติเหตุคอหักตายคาที่ นี้คงเป็นจุดจบที่เหมาะสมสำหรับคนแปลกที่เข้าบ้านโดยไม่รับอนุญาตแล้วมั้ง


                Hansel and Gretel:ฮันเซลกับเกรเทล::โศกนาฏกรรมที่บ้านขนม

                Hansel-and-gretel-rackham.jpg

                เวอรชั่นที่คุณรู้: "ฮันเซลและเกรเทล" เป็นนิทานพื้นบ้านของทางทวีบยุโรป (ประเทศฝรั่งเศส,เยอรมัน)ซึ่งสองพี่น้องตระกูลกริมม์นำ เรื่องมารวบรวมไว้ให้ได้อ่านกัน ในเนื้อเรื่องนั้นเล่าถึงความรัก,ความสามัคคี การช่วยเหลือซึ่งกันและกันของสองพี่น้องที่ได้เกิดมาในครอบครัวของคนที่ยากจน ที่เนื้อหาค่อนข้างสอดแทรกวิถีชีวิตของชาวยุโรปได้เป็นอย่างดี

                นิทานเล่าถึงฮันเซลและเกรเทลสองพี่น้องที่เกิดในครอบครัวยากจนและถูกครอบคารัวนำไปปล่อยทิ้งในป่าเพื่อให้อดตาย(สาเหตุที่ปล่อยเพื่อลดภาระของครอบครัว) เด็กสองคนพยายามทุกวิถีเพื่อกลับบ้านเดิมแต่แล้วในที่สุดทั้งสองก็หลงป่าจนได้ แต่ระหว่างที่ทั้งสองหลงป่านั้นเองพวกเขาก็พบบ้านหลังหนึ่งที่แปลกประหลาดเพราะทำจากขนมหวานและขนมปังขิงทั้งบ้าน และเมื่อเจ้าของบ้านเปิดประตูขึ้นมาพบเด็กสองคนหลงทาง

                เจ้าของบ้านเป็นแม่มดแก่ตาบอดและเป็นมนุษย์กินคน เธอจับเด็กสองคนนั้นนำมาขุนให้อ้วนเพื่อกินเป็นอาหาร เด็กสองคนถูกขังในกรงและถูกใช้งาน รอเวลาตายไปวันๆ จนกระทั้งวันหนึ่งแม่มดทนไม่ไหวกับการรอคอยเลยเตรียมที่จะฆ่าทั้งสองเพื่อทำอาหาร โดยก่อไปที่ปล่องไฟเอาไว้ และเกรเทลก็พบโอกาสเลยผลักแม่มดใจร้ายเข้ากองไฟ ผลคือแม่มดถูกไฟคลอกตายคาที่ ทั้งสองก็หลบหนีออกมาจากบ้านขนมปังได้สำเร็จ และกลับหาครอบครัวของตนในที่สุด

                เวอรชั่นเดิม:เวอร์ชั่นเดิมนิทานเรื่องนี้จบไม่สวยอย่างที่คุณรู้หรอกครับ ก่อนอื่นก็ขอเล่าที่มาของนิทานเรื่องนี้ก่อน มีข้อสันนิษฐานนิทานเรื่องนี้มาจากการจารกรรมล้วงความลับ โดยเล่ากันว่าเป็นคดีหนึ่งในสมัยก่อน ซึ่งตอนนั้นยุโรปสูตรทำขนมนั้นถือว่ามีค่ามาก และเจ้าของสูตรขนมจะไม่เปิดเผยสูตรขนมให้แก่คนภายนอกรับรู้นอกเสียจากคนในครอบครัวเดียวกันเท่านั้น ดังนั้นพวกเขาที่อยากรู้สูตรขนมปังจึงส่งสองเด็กเพื่อจารชนล้วงความลับเจ้าของสูตรขนม  ซึ่งส่วนมากเป็นหญิงแก่ใจดี และเมื่อเด็กสองคนถูกจับได้ หญิงแก่เลยจับเด็กมาขังและเลี้ยงดูอย่างดีโดยไม่ฆ่า  อย่างไรก็ตามคนในหมู่บ้านได้ไปช่วยเหลือและฆ่าและเผาคนทำขนมปังนี้ และใช้นิทานเรื่องเล่านี้เพื่อปกปิดอาชญากรรมที่ก่อไว้

                แต่กระนั้นแม้ทำเป็นนิทาน เนื้อหาต่างๆ ยังคงแฝงไปด้วยความโหดร้ายเสมอ ในเวอร์ชั่นฝรั่งเศส ในขณะที่แม่มดเผลอ เด็กสองคนได้จับแม่มดเชือดคอหอยเธออย่างรุนแรงและหลบหนีไป  จบ!!

Comment

Comment:

Tweet

#6 By (182.53.197.24|182.53.197.24) on 2014-07-28 20:07

แปลกดี เหมือนหนังฆาตรกรรม หนังดราม่า อิอิ

#5 By evil kitten (58.9.196.86) on 2011-12-27 19:51

สงสารแม่มดอ่ะ

#4 By g.f. (118.173.132.196) on 2011-07-17 15:17

โหดจังเลย

#3 By Karakate (49.228.34.205) on 2011-05-22 08:35

surprised smile question confused smile big smile สงสารแม่มด

#2 By ยิง (125.25.192.223) on 2011-03-18 16:28

บางทีก็ไม่มีคำว่า แฮปปี้เอนดิ้ง

#1 By nutcha on 2010-03-21 20:59